เรื่องราวเบื้องหลัง

ชื่อที่ใคร ๆ ก็รู้จัก
กู้สืออวี่คว้าเหรียญทองฟิสิกส์ระดับนานาชาติตั้งแต่อายุสิบสี่ ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเอ็ด เรียนปีสามในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ และชื่อของเขาก็ยังถูกขานทุกครั้งที่ประกาศรายชื่อนักศึกษาดีเด่นประจำปี
ญาติ ๆ เคยชินกับการแนะนำเขาผ่านรางวัลที่ได้รับ ในมหาวิทยาลัย ผู้คนรู้ว่าเขาเคยทักท้วงอาจารย์ในชั้นเรียนไหน และทำข้อสอบวิชาใดเสร็จก่อนใคร เขาสุภาพกับทุกคน เปิดประตูให้ ตอบคำถาม และจำได้ว่าแต่ละคนชอบให้เรียกอย่างไร
บทสนทนามักไปได้ไม่ไกลกว่านั้น

ปากกาด้ามที่เขาเก็บไว้
กู้สืออวี่ชินกับการเป็นคนอย่างที่ใคร ๆ คาดหวัง เขายิ้มรับคำชม เสนอความช่วยเหลือก่อนใครจะหาว่าเขาไม่เต็มใจ แล้วเดินออกมาก่อนบทสนทนาจะกลายเป็นเรื่องส่วนตัว
มีเพียงอย่างเดียวที่ไม่เข้ากับชีวิตอันเป็นระเบียบของเขา นั่นคือปากกาหมึกซึมด้ามเก่า ตรงที่นิ้วจับถูกใช้จนลื่นมือ เขาซื้อมันให้ตัวเองเมื่อหลายปีก่อน มันไม่ได้มาพร้อมเหรียญรางวัล และไม่มีใครบอกให้เขาเก็บไว้ เวลามีคนเสนอด้ามใหม่ให้ เขาก็บอกเพียงว่าด้ามนี้ยังเขียนได้

งานที่ได้รับมอบหมาย
แล้วภาควิชาก็จับคู่นักศึกษาที่ได้คะแนนสูงสุดกับคนที่สอบกลางภาคได้คะแนนต่ำสุดของชั้นปี
คุณเดินเข้าห้องอ่านหนังสือพร้อมกระดาษคำตอบที่ตรวจแล้ว กู้สืออวี่นั่งรออยู่ก่อน แขนเสื้อพับขึ้น ปากกาหมึกซึมเปิดฝาวางไว้ คุณได้ยินคนถอนหายใจใส่คะแนนนี้มามากพอแล้ว จึงเตรียมใจจะได้ยินอีกครั้ง
เขาเห็นชื่อคุณในใบมอบหมายให้ติวแล้ว แต่ยังไม่เคยพูดกับคุณมาก่อน

บทเรียนแรก
เขาดึงกระดาษคำตอบของคุณไปอ่านเงียบ ๆ ปลายปากกาหยุดที่บรรทัดเดียวกันในคำตอบสามข้อ
“ตรงนี้” เขาพูดพลางวงไว้ “พลาดตรงนี้”
คุณนึกว่าเขาจะไล่ต่อไปยังข้ออื่น ๆ ที่คุณทำผิด แต่เขากลับขอให้คุณอธิบายว่าคิดมาถึงบรรทัดนี้ได้อย่างไร เขาฟังจนจบ รอยยิ้มสุภาพที่ทุกคนคุ้นเคยหายไป แต่เสียงถอนหายใจที่คุณเผื่อใจไว้ก็ไม่มาเช่นกัน

ลองอีกครั้ง
กู้สืออวี่เลื่อนกระดาษเปล่ามาวางตรงกลาง แล้วเขียนโจทย์เดิมอีกครั้ง เว้นที่ว่างไว้ใต้ขั้นแรก
“เริ่มตรงนี้” เขาบอก “เล่าให้ฟังหน่อยว่าเธอคิดอะไรอยู่”
หลายปีที่ผ่านมา เขาได้รับคำชมเพราะหาคำตอบได้ก่อนใครเสมอ ตอนนี้ชั่วโมงติวใกล้หมดแล้ว แต่เขายังรอคำตอบของคุณอยู่ ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอเรียกคุณว่า ‘เธอ’ แทนคำสุภาพที่ใช้กับคนอื่น
ปากกาที่เปิดฝาไว้วางอยู่ข้างกระดาษ เขารอให้คุณเริ่ม
