
หวนคืน
หวนคืน คือโรลเพลย์เรื่องราว AIที่มีเมืองใหญ่ร่วมสมัย, ความรัก, รักสามเส้า
ภาพรวมโลก
เรื่องย่อ
ผ่านไปห้าปี เสียงทักทาย "Hi" ในรถไฟใต้ดินทำให้คุณได้ก้าวเข้าสู่โลกของกุ้ยซีอีกครั้ง เธอเป็นหัวหน้าแผนกธุรการ และมีแฟนหนุ่มที่แสนดีอย่างกานลั่วชิวอยู่เคียงข้างแล้ว แต่จากสายตาที่หลบเลี่ยงและความทรงจำอันเล็กน้อยของเธอ คุณกลับมองเห็นระลอกคลื่นที่ตัวเองทิ้งไว้ในใจของเธอได้อย่างเลือนราง เธอยังคงเหยียบแอ่งน้ำเพื่อมองหารุ้งกินน้ำ และยังคงคิดถึงร่มคันที่เคยร่วมกางด้วยกันในวันฝนตก และสิ่งที่คุณต้องทำ คือการอ่านใจเพื่อรับรู้ถึงทางเลือกที่แท้จริงของเธอ ระหว่างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวันวานกับความอ่อนโยนของคนรักในปัจจุบัน นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับการเติบโต ความเสียดาย และการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง กาแฟทุกแก้ว การพูดคุยทุกครั้ง และคำสัญญาทุกครั้งหลังฝนตก ล้วนอาจเปลี่ยนบทสรุปของคนทั้งสามคนได้
ธีม
ขนาดของโลก
2
ตัวละคร
50
ข้อมูลโลก
2
เส้นทาง
รูปแบบการเล่น
เส้นทางเรื่องราว
เลือกจุดเริ่มด้านใน · 2 เส้นทาง
เรื่องราวเบื้องหลัง

จังหวะที่สัญญาณไฟสลับเปลี่ยน
รถไฟใต้ดินตอนหกโมงเย็น
ตู้โดยสารอัดแน่นไปด้วยผู้คนในช่วงเวลาเลิกงาน คุณจับห่วงโหนพลางทอดสายตาอย่างไร้จุดหมายไปยังผนังอุโมงค์ที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วนอกหน้าต่าง
จากหางตา มีร่างหนึ่งพิงอยู่ข้างประตูรถฝั่งตรงข้าม ผมสั้น หน้าม้าปัดข้าง แสนไฟสีเหลืองอบอุ่นขับเน้นโครงหน้าด้านข้างของเธอให้ดูอ่อนโยน เธอเอาแต่ก้มหน้ามองโทรศัพท์ นานๆ ครั้งจะเงยหน้าขึ้นมาดูชื่อสถานี ใบหน้าดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย
คุณไม่ได้จำเธอได้ในทันที เพียงแต่รู้สึกว่าท่าทางและท่ายืนนั้นมีความคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก จนกระทั่งรถไฟเลี้ยวโค้ง เธอเซเล็กน้อยและคว้าห่วงโหนไว้ตามสัญชาตญาณ—มือข้างนั้น เล็บตัดแต่งอย่างเรียบร้อย และมีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่ที่นิ้วนาง
หัวใจพลันเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครั้ง
เป็นเธอจริงๆ
ห้าปีแล้วนะ
คุณจ้องมองเธอ ลำคอรู้สึกตีบตัน ดูเหมือนเธอจะรับรู้ถึงสายตาจึงหันกลับมา สบตากันเพียงชั่วครู่ เธอยิ้มให้อย่างสุภาพตามมารยาท แล้วละสายตาไป—เธอจำคุณไม่ได้
รถไฟเข้าจอดเทียบสถานี เธอเก็บโทรศัพท์แล้วเดินไปที่ประตู คุณเดินตามไปราวกับต้องมนตร์ และเห็นบัตรประจำตัวใบหนึ่งร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อโค้ตของเธอลงบนเบาะนั่ง
“เดี๋ยวก่อนครับ—”
คุณก้มลงเก็บแล้ววิ่งตามออกไปนอกประตูรถ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าจึงหันกลับมา คุณยื่นบัตรส่งให้
“ของเธอตกน่ะ”
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง รับบัตรไปมองดู แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองคุณอย่างจริงจัง
วินาทีนั้น ดวงตาของเธอค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น
“……เอ๊ะ คุณคือ……”
คุณสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยชื่อที่วนเวียนอยู่ที่ปลายลิ้นมาตลอดห้าปีออกไป
“กุ้ยซี”
เธออึ้งไป จากนั้นมุมปากค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น ดวงตาโค้งหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
“บังเอิญจัง” เธอพูดเสียงเบา “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

ช่องว่างห้าปี
ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนในวันหยุดสุดสัปดาห์
แสงแดดนอกหน้าต่างส่องผ่านกระจก ทอดประกายแดดเป็นหย่อมๆ บนโต๊ะไม้ คุณนั่งฝั่งตรงข้าม มองดูเธอใช้ช้อนคันเล็กคนฟองนมของลาเต้เบาๆ
“เธอยังเหมือนเดิมเลยนะ” เธอพูด น้ำเสียงเจือรอยยิ้ม “แต่... ดูสุขุมขึ้นนะ”
คุณยิ้มเล็กน้อยและถามเธอว่าหลายปีมานี้เป็นอย่างไรบ้าง เธอก้มหน้าคิดครู่หนึ่ง แล้วเล่าเรื่องจิปาถะในที่ทำงานว่าย้ายไปอยู่แผนกธุรการ เลี้ยงแมวตัวหนึ่งชื่อ “สำลี” และกลับบ้านเกิดเป็นครั้งคราว
แต่ละประโยคไม่ได้ยาวนัก ราวกับกำลังอ่านบทพูดที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
แต่ตอนที่เธอพูดเรื่องเหล่านี้ นิ้วมือของเธอกลับคอยเคาะขอบแก้วเบาๆ อยู่ตลอด—นั่นคือท่าทางติดตัวเวลาที่เธอรู้สึกประหม่าหรือลังเล คุณยังจำได้ดี
“แล้วเธอล่ะ?” เธอถามกลับ สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของคุณ “มี... แฟนหรือยัง?”
คุณส่ายหน้า เธอไม่ได้ถามอะไรต่อ ก้มหน้าลงจิบกาแฟ
หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะพลันสว่างขึ้น หน้าจอแสดงสายเรียกเข้า: ลั่วชิว
เธอมองปราดหนึ่ง นิ้วมือค้างอยู่เหนือหน้าจอครู่หนึ่ง ในที่สุดก็กดปิดเสียงแล้วคว่ำโทรศัพท์ลง
“ไม่รับสายเหรอ?”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยโทรกลับน่ะ” เธอยิ้มเล็กน้อย ท่าทางดูรีบร้อน “เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้วนะ?”
นอกหน้าต่างมีนกบินผ่านไปเสียงดังพั่บๆ แสงแดดเริ่มคล้อยต่ำลง ระยะห่างระหว่างคุณกับเธอมีเพียงแค่โต๊ะกั้น ทว่ากลับเหมือนมีเรื่องราวในใจที่ไม่ได้เอ่ยออกมาตลอดห้าปีคั่นกลางอยู่

ระเบียงทางเดินในฤดูร้อนปีนั้น
บ่ายวันนั้นที่พลันผุดขึ้นมาในความทรงจำ
ยามที่เธอพูด บางครั้งคุณก็เผลอใจลอย เพราะรอยยิ้มของเธอนั้นเหมือนกับตอนมัธยมปลายไม่มีผิดเพี้ยน
นั่นคือฤดูร้อนเมื่อห้าปีก่อน ระเบียงทางเดินในเดือนมิถุนายน เสียงจักจั่นร้องดังระงม เธอเกาะราวระเบียง ในมือถือไอศกรีมแท่งสีส้ม ดูเหมือนดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ
“นี่ รู้ไหม—ไอติมแท่งมันต้องกัดคำโตๆ ถึงจะสะใจ” เธอหันมามองคุณ มุมปากเลอะน้ำผลไม้เล็กน้อย
“ปกติเค้าก็เลียกันไม่ใช่เหรอ?”
“แบบนั้นมันเรียบร้อยเกินไป ไม่สมเป็นเธอเลย”
วันนั้นเธอสวมชุดนักเรียนแขนสั้นสีขาว พับแขนเสื้อขึ้นถึงไหล่ เผยให้เห็นท่อนแขนที่ถูกแดดเผา หลังจากนั้นพวกคุณถูกครูทำโทษให้ยืนด้วยกันเพราะคุยกันตอนพักกลางวัน เธอยืนอยู่ที่มุมห้อง แถมยังแอบยิ้มให้คุณอีกด้วย
“ถ้าเวลาหยุดอยู่ตรงนั้นได้ก็ดีสินะ” เธอพูดขึ้นมาทันที น้ำเสียงแผ่วเบามาก
คุณเงยหน้าขึ้น พบว่านั่นคือสิ่งที่เธอในตอนนี้พูด ไม่ใช่ความทรงจำ เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาดูเลื่อนลอยเล็กน้อย
“แต่น่าเสียดายที่คนเราต้องเดินไปข้างหน้า” เธอยิ้มเล็กน้อย หันหน้ามามองคุณ “ใช่ไหม?”
คุณไม่ได้ตอบ นอกหน้าต่างไม่รู้ว่าฝนเริ่มตกปรอยๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ หยาดฝนกระทบกระจกทำให้ทิวทัศน์บนถนนพร่าเลือน เธอก้มหน้าลง ประสานนิ้วมือวางไว้บนตัก
คุณพลันนึกขึ้นได้ว่า ท่าทางนี้เหมือนกับตอนที่เธอถูกทำโทษให้ยืนในตอนนั้นไม่มีผิด
กาลเวลาไม่ได้ทำให้คนเรากลายเป็นคนแปลกหน้า เพียงแต่ทำให้คำพูดบางคำ เอ่ยปากบอกได้ยากขึ้นเท่านั้นเอง
0
แชท
รีวิวตัวละคร
ดูคะแนนจากผู้ใช้คนอื่น แล้วแบ่งปันประสบการณ์ของคุณ